LOVE doesn't have a REASON - 3

posted on 10 Jul 2008 12:07 by sakutaka  in novel

ตอนที่ 3 (กับระเบิดสีซีด!!??)

...สิ่งอันตรายมักไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้าเสมอ...

"พี่วุธ พี่วุธ...พี่วุธ!!!" เสียงตะโกนเรียกชื่อเล่นดังไล่หลังเจ้าของชื่อในระยะประชิด คนตัวสูงเหยียบเบรกเท้าคืนสติหมุนหัวไปมองบางอย่างที่ปะทะเข้าแผ่นหลังกว้างอย่างจัง

"พัด" เจ้าของชื่อที่ศราวุธเรียกอยู่ยืนกุมจมูกเหมือนกำลังเช็คความทนทานของดั้งก่อนเงยหน้าขึ้นมาทำตาขวางใส่

"ถ้าหิวขนาดนั้นก็เดินมาก่อนก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นจะต้องคว้ามือผมมาด้วยเลย ดูดิ๊เกือบหกล้มหัวฟาดพื้นไปตั้งกี่ครั้งแล้ว" เมื่อถูกต่อว่าก็รู้สึกถึงมือขวาที่กุมของนุ่มอยู่ ตกใจตาลีตาลานถามอาการร่างบางเป็นการใหญ่

"ละ แล้วพัดเป็นอะไรรึเปล่าแผล...แผลล่ะ เจ็บมั๊ย พี่พาไปห้องพยาบาล" ศราวุธจับแก้มแตะหน้าคว้าแขนก้มตัวลงดูเข่าขาเท้ามือของพีรพัธส่วนคนถูกจับก็พยายามหลบหลีกกันเป็นระวิง

"ดะเดี่ยวก่อนครับ ไม่มีหรอกแผลอะไรนั่นน่ะ ผมบอกพี่วุธแล้วไงว่าแค่เกือบ ไม่ได้ล้มลงไปจริงๆซักหน่อย เลิกจับได้แล้วครับ" ร่างโปร่งใช้มือป่ายปะกั้นขวางแขนเขาราวกับกลัวตัวเองจะช้ำ

"งะ...งั้นหรอ...พี่ค่อยโล่งอก" ศราวุธระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ก้มมองพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกใครคนหนึ่งไล่ต้อนให้จนมุมจนไม่เป็นตัวของตัวเอง เหตุผลทั้งหมดคงเป็นเพราะคนตรงหน้า...ใช่...ต้องเป็นเพราะคนตรงหน้าเพียงคนเดียวเท่านั้น

"พี่วุธเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ ผมรู้สึกว่าวันนี้พี่วุธแปลกๆยังไงชอบกล"

"พี่ไม่ได้เป็นอะไรหรอก พัดนั่นแหละคิดมาก ไปกินข้าวกันเถอะพี่หิวแล้ว" ว่าจบเดินนำลิ่วไปโดยพยายามเก็บอาการไม่ให้พีรพัธได้รับรู้ไว้มากที่สุด...เท่าที่เขาจะทำได้

...ใช่...มันยังไม่ถึงเวลาที่เขาควรจะบอก...

..............................................

....................................

..........................

"อ้าว...มากันแล้วหรอจ๊ะ วันนี้จะทานอะไรกันดีหรือว่าจะให้ป้าคนนี้จัดให้" บทสนทนาแสดงความเป็นกันเองกับลูกค้าประจำร้านเริ่มขึ้นเมื่อคนทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่ร้านประจำ ป้าไก่แม่ครัวรุ่งคราวแม่ถึงแม้กำลังยืนผัดกับข้าวหน้ามันแต่ยังอุตส่าห์หันมาร้องทักสองหนุ่มด้วยท่าทางอยากต้อนรับลูกค้าเต็มพิกัด

"วันนี้ผมขอผัดไทกุ้งสดครับป้า" โดยไม่รอให้คุณป้าจัดให้ตามที่ถามพีรพัธก็จัดการยัดเมนูลงรายการอาหารประจำวันของตนเองอย่างเสร็จสรรพ ผิดกับคนเคยบ่นว่าหิวอย่างศราวุธที่เอาแต่ยืนมองป้ายรายการอย่างไร้อารมณ์จนในที่สุดก็จำใจยอมหาอะไรยัดเข้าท้อง "เออ...วันนี้ผมขอเป็น..."

"สะ ต๊อป ยัว เม้าท์" อุตส่าห์ตัดสินใจได้แล้วแท้ๆแต่ป้าแกกลับเปล่งสุรเสียงที่มักจะเก็บไว้ใช้เรียกลูกค้าออกมาขัดตาทัพ สายตาคมจึงได้แต่มองหญิงร่างบท้วมอารมณ์ดีด้วยสีหน้าเหวอๆ "หยุดเลยจ๊ะ ป้ารู้ว่าอาจารย์จะสั่งอะไรเพราะฉะนั้นไม่ต้องบอก...เป็นไงจ๊ะภาษาอังกฤษป้าใช้ได้มั๊ย" ป้าไก่กระพริบตาข้างหนึ่งราวกับเป็นพีรเซนเตอร์โฆษณาซุปไก่ก้อน มืออวบๆตั้งกระทะจุดไฟก่อนคว้าเจ้าสีขาวหัวโตที่อยู่ในตะกร้าผักมากำไว้โดยที่อีกมือหนึ่งยังคงถือตะหลิวผัดอีกกระทะอยู่

"เดี๋ยวครับ วันนี้ผมไม่เอาผัดถั่วงอกขอเป็นผัดขี้เมาแทน" ศราวุธตอบกลับยื่นมือห้าม พึ่งทันสังเกตเห็นปฏิกิริยาแปลกๆของคนเคียงข้างพร้อมป้าไก่ที่หันขวับมาทางเขาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

"เออ...พี่พูดอะไรผิดหรอ?" หันไปถามพีรพัธที่ทำหน้าเหมือนไขปัญหาเชาวน์ไม่ออก

"พี่วุธไม่สบายรึเปล่าครับ"

"เปล่านี่พี่ไม่ได้..."

"หยุด!!...ไม่ต้องเถียงกัน ผัดขี้เมาก็ผัดขี้เมาจ๊ะ รอแป๊บนึง เดี๋ยวป้าจะรีบผัดให้" ดูท่าเรื่องคงไปไกลถ้าไม่มีใครมาหยุด ป้าไก่จึงยอมสวมบทกรรมการห้ามมวยจัดการลัดคิวเขาทั้งคู่ขึ้นมาปรุงทิพย์เสียก่อน ไม่นานอาหารสีสันน่าทานไอร้อนโชยกรุ่นก็มาปรากฏตรงหน้าของเขาสองคน

"เอ๊า!!ผัดขี้เมาของอาจารย์ศราวุธกับผัดไทของอาจารย์พีรพัธ..." ป้าไก่ยื่นหน้าอูมๆของเธอเข้าใกล้พีรพัธก่อนกระซิบอะไรบางอย่าง "อาจารย์พีรพัธคะถ้าทานเสร็จแล้วอย่าลืมไปหาหยูกหายาให้อาจารย์ศราวุธทานซะล่ะป้าเป็นห่วง" หญิงร่างท้วมเจ้าของร้านส่งสายตามาทางพีรพัธเป็นเชิงสั่งเสียฝากส่งอาจารย์ศราวุธสุดรักสุดหวงแหน พีรพัธเป็นดังนั้นไม่รอช้าคว้าจานข้าวสองจานกึ่งลากกึ่งควงคนยืนงงเป็นไก่ตาแตกให้เดินมายังที่รับประทานอาหารก่อนทิ้งตัวลงนั่ง

"ทานเข้าไปให้หมดนะครับ เดี๋ยวผมไปหายามาให้ทาน" พีรพัธออกคำสั่งก่อนก้มหน้าก้มตาทานผัดไทของตนเอง ศราวุธเห็นท่าดังนั้นเลยเกือบตอบว่าเออแล้วยัดอาหารของตนเข้าปากบ้าง แต่ในหัวกลับฉุกคิดได้เสียก่อนว่าทำไมเขาต้องทำตามด้วยล่ะเนี่ย

"พัดหยุดกินแล้วเงยหน้ามาคุยกับพี่ให้เข้าใจก่อน" ร่างบางหยุดตามคำบอก เงยหน้าขึ้นมองศราวุธแบบเครียดๆ "นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ พี่งงไปหมดแล้ว แล้วทำไมต้องหายามาให้พี่กินด้วยพี่ไม่ได้ไม่สบายซักหน่อย"

"จริงหรอครับ" แววตาสีน้ำตาลไหม้จ้องตรงมาอย่างสงสัย ศราวุธจนใจพยักหน้าเน้นคำหนักแน่น

"จริงสิพี่จะโกหกเราทำไม พี่น่ะคนรักสุขภาพนะ" อย่างน้อยเขาก็เข้าโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพหกเดือนครั้งล่ะนะ

"พี่วุธไม่รู้สึกว่าตัวเองแปลกๆไปเลยหรอครับ"

"ไม่นี่ มีแต่เรากับป้าไก่นั่นแหละที่แปลก แถมยังแอบส่งสายตาให้กันสองคนอย่างนี้ไม่ให้พี่งงได้ไง" เล่นมองหน้าก็รู้ใจกันอย่างนี้อยากให้คนไม่รู้เรื่องน้อยใจตายหรือไงกัน

"พี่วุธ หมาที่บ้านพี่พึ่งถูกรถขนถั่วงอกชนตายมาใช่มั๊ยครับ"

"เอ๊ะ...พี่อยู่คนโดจะไปเลี้ยงหมาได้ไงเล่า" นี่แหละแปลกอันดับหนึ่งล่ะ ถามถึงคนไม่ถามดันถามถึงหมา

"หรือไม่ก็พี่วุธยังแค้นที่ถูกคนขายถั่วงอกแย่งแฟนเก่าพี่ไป"

"เฮ้ย พี่เคยมีแฟนก่งแฟนเก่ากับเขาที่ไหนกันเล่า แล้วทำไมเอาแต่ถามถึงเรื่องแปลกๆพวกนี้เนี่ย" ขึ้นเสียงห้ามร่างโปร่งก่อนที่จะเดินเรื่องลึกไปถึงแปลงปลูกถั่วงอก

"แล้วทำไมวันนี้พี่วุธไม่กินล่ะครับ" คงแปลกมากสำหรับพีรพัธและป้าไก่กับการเลิกสั่งเมนูประจำซ้ำซากของเขา ศราวุธจึงเปลี่ยนมานั่งเท้าคางระบายความอัดอั้นตันใจแทน

"พัดไม่รู้สึกแปลกบ้างหรอ เกิดมาจากถั่วเขียวแท้ๆแต่รสชาติต่างกันราวฟ้ากับเหว แถมยังหัวโตตัวลีบอีกต่างหากแล้วทำไมเขาต้องเน้นกันเรื่องยิ่งขาวยิ่งซีดเท่าไรยิ่งน่ากินด้วยเนี่ย พี่ไม่เข้าใจเลย" มือซ้ายคว้าส้อมมาหมุนเส้นมาม่าเป็นก้อนกลมแล้วยัดเข้าปากก่อนต้องกระอั่กกับรสชาติเผ็ดซี๊ดซ๊าดที่ป้าไก่ลงมือใส่พริกแบบไม่ยั้งให้คนกินปากแดงน้ำตาเล็ดเล่น

"ทำไมพึ่งมารู้สึกตัวเอาตอนนี้ล่ะครับทั้งๆที่ปกติก็เห็นกินแทบทุกวัน วันไหนไม่มีให้กินทีพี่วุธแทบจะองค์ลง หน้าบึ้งใส่ทุกคนเลยด้วยซ้ำ" เลิกคิ้วประหลาดใจทันทีที่ได้ยินคำกล่าวจากปากรุ่นน้อง สายตาสงสัยหรี่ลงเป็นเจ้าเล่ห์แฝงความในจ้องมองพีรพัธตาไม่กระพริบ

"หืม...พี่พึ่งรูนะเนี่ยว่าเราก็คอยสังเกตพี่อยู่เหมือนกัน รู้สึกปลื้มจังเลยเนอะ ว่ามั๊ย" ใช่มันต้องอย่างนี้สิ สบโอกาสตะล่อมให้อยู่หมัด พอถึงคราวรักแล้วก็ดิ้นไม่หลุด เอาเล๊ยศราวุธ

"ผมไม่คิดว่างั้นนะครับ ขนาดคุณพิศสมัยหรือป้าไก่ที่พวกคุณศราวุธเรียกกันยังทราบเลย แล้วทำไมคุณพีรพัธที่มาทานข้าวเป็นเพื่อนคุณศราวุธทุกวันจะไม่ทราบได้ล่ะครับ จริงมั๊ย" ส้มอะลูมิเนียมถือค้างไว้ใกล้หลุดมือ รอยยิ้มเต็มเปี่ยมด้วยความปรีดาหุบลงโดยอัตโนมัติ ศราวุธค่อยๆหันศีรษะไปทางที่นั่งด้านข้างไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าเป็นเสียงของมารคอหอยตนไหน

"สะ...สงัด"

"ทานน้ำหน่อยมั๊ยครับ ดูท่าทางคุณศราวุธคงเผ็ดน่าดู" รอยยิ้มปราณีแบบไร้อารมณ์ผ่านสายตาคมๆกับปลายมือที่ดันเลื่อนแก้วน้ำกระบอกใสให้ ผมด้านหน้าที่ตกลงมาตามแบบฉบับของสงัดทำศราวุธอ้าปากค้างลืมความเผ็ดไปชั่วขณะ

"เธอมา..."

"ทานข้าวครับ"

"ตั้งแต่..."

"คุณศราวุธออกจากห้อง"

"ทำไมครูถึง..."

"ไม่ใช่เรื่องแปลกครับที่คุณศราวุธจะไม่รู้สึกตัว ในเมื่อสายตาของคุณมองอยู่แต่คนๆนึง" ขนลุกพรึบพรั่บไปทั่วสรรพางค์ ตอนนี้ต่อให้เผ็ดขนาดไหนก็ไม่อาจรับไมตรีจิตจากคนข้างๆได้ อยากกระชากคอเสื้อแล้วแอบดอดเข้ามุมถามตรงๆว่าเธอรู้อะไรแต่เกรงใจสายตาคนตรงข้าม พอนึกถึงร่างบางก็หันศีรษะขวับไปมองหน้าเหรอหราของพีรพัธที่ดูท่าจะยังฟังไม่ได้ความถามไม่ได้ศัพท์อยู่

"สะ...สงัดเขามาส่งการบ้านให้พี่น่ะ" ภาวนาให้สงัดรับมุก ถ้าไม่รับเห็นทีคงต้องฉุดไปสั่งสอนถึงบนห้อง

"นี่ครับการบ้าน" สมุดเล่มบางถูกหยิบจากกระเป๋าสะพายข้างมาวางบนโต๊ะ...โหยเด็กนี่...มันรับมุก...

หยิบสมุดขึ้นมากะเปิดพอเป็นพิธีกลับกลายเป็นว่าการบ้านที่เขาสั่งไปเสร็จแล้วจริงอย่างที่เจ้าตัวบอก ตั้งใจจะเงยหน้าขึ้นมาชมแต่นักเรียนดีเด่นกลับหักหลังเขาขอถอนตัวออกจากคณะตลกศราวุธ เชิญยิ้ม เอาซะดื้อๆ

"เมื่อซักครู่ผมแค่คุยกับคุณศราวุธเรื่องคนที่คุณศราวุธแอบมองอยู่ตลอดเวลาเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรน่าสงสัยหรอกครับคุณพีรพัธ"

"คนที่พี่วุธแอบมองอยู่งั้นหรอ...ใครกันสิงบอกครูได้มั๊ย" พีรพัธชะโงกหน้ายื่นหูมาใกล้สงัด ด้วยความนึกสนุกร่างโปร่งจึงเผลอเรียกชื่อฉายาประจำตัวของนักศึกษาตรงหน้าออกไป ศราวุธที่มองเหตุการณ์อยู่เงียบๆแอบเห็นคนกุมความลับของเขาเอาไว้เหลือบมองมาแว่บหนึ่งอย่างดูเชิง น้ำลายอึกใหญ่จึงถูกกลืนลงคอได้อย่างลำบากยากเย็น

"คุณพีรพัธไม่ทราบหรอครับ ทั้งที่อาการและท่าทีของคุณศราวุธออกมามากขนาดนั้นแท้ๆ" ...สงัด...เธอ...

...รู้อะไร...

"อาจจะเป็นเพราะอย่างนี้ก็ได้เลยทำให้คุณศราวุธยังไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก"

...รู้แค่ไหนกัน...

"แต่ที่เป็นอย่างนี้อาจมีสาเหตุมาจากอีกฝ่ายหนึ่งที่ความรู้สึกช้าเกินไปก็ได้นะครับ ถ้าให้ผมสันนิษฐานคงคิดได้เพียงเท่านี้"

...เธอรู้ใจฉันมากขนาดไหนกัน...

"สิงเธอจะเล่นอ้อมไปถึงไหนกัน บอกมาเร็วๆครูอยากฟัง" คนฟังเริ่มใจร้อนอดทนรอบทเกริ่นนำแห่งโศกนาฏกรรมไม่ไหวจึงเอ่ยปากกระตุ้น

"ได้ครับถ้าคุณพีรพัธต้องการ คนที่คุณศราวุธชอบเขามีชื่อว่าพิ..."

"ไปกับครู!!!" คำสั่งมาพร้อมกับการฉุดรั้งที่ต้นแขน เสียงเสียดแก้วหูของขาเก้าอี้สแตนเลสขูดครืดพื้นโรงอาหารดังบาดหูคนใกล้ตัว พีรพัธตกใจมองการกระทำของอาจารย์รุ่นพี่อย่างมึนงงแต่ไม่ได้ตอบโต้อะไรปล่อยให้คนตัวสูงลากเด็กผอมโดยทิ้งคำลงท้ายไว้เพียงว่า "การบ้านของเด็กคนนี้มีปัญหานิดหน่อยพี่ขอไปจัดการ พัดทานไปเรื่อยๆตามสบายนะ" แล้วเดินจากไปจนลับสายตา

............................TBC....................................