Mistake that make me miss U - 1
posted on 29 Dec 2007 23:12 by sakutaka in novelตอนที่ 1
"ฉันชอบเธอ มาเป็นแฟนฉันเถอะ"
วันนี้เป็นหนึ่งในสามร้อยหกสิบห้าวันที่พีรพัธรู้สึกว่าการหมุนรอบตัวเองของโลกนั้นได้ผิดเพี้ยนไป...
ช่วงเวลายามบ่ายภายในรั้วสถานศึกษาอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีนามว่า "มหาวิทยาลัย" บรรยากาศครึกครื้นจอแจเริ่มกลับมาแทนที่ความเงียบเหงาเศร้าซึมในยามที่นักศึกษาต่างพากันเข้าชั้นเรียนเพื่อสร้างรอยหยักในสมอง นักศึกษาเลิกเรียนแล้วต่างพากันทยอยกลับบ้าน หรือไม่ก็รวมตัวกันทำกิจกรรมตามจุดต่างๆของมหาวิทยาลัย และในช่วงเวลานั้นเองที่พีรพัธได้ถูกปลุกออกมาจากอาการง่วงงุนหลังผ่านช่วงโมงสอนวรรณคดีที่แสนจะตึงเครียดมานานกว่าสามชั่วโมง
...นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย...
ผมซึ่งมานั่งรอน้องสาวเพื่อที่จะได้กลับบ้านด้วยกันตามปกติ นั่งรอตรงที่ประจำตามปกติ ในซุ้มที่น้องสาวของผมมักจะมานั่งทำการบ้านหรือทำกิจกรรมสังสรรค์กับเพื่อนหลังเลิกเรียนตามปกติ แล้วทำไมวันนี้กลับมีสิ่งไม่ปกติเกิดขึ้นล่ะ หนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษาที่ผมกำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้เป็นใครกัน แล้วทำไมอยู่ดีๆถึงมาพูดกับผมปาวๆว่าให้คบด้วย หรือว่า...
พีรพัธสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆตั้งสติเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่ชายหนุ่มร่างสูงยังคงยืนกอดอกนิ่งไม่ไหวติง แถมยังจ้องมองมาแบบเร่งเร้าขอคำตอบอย่างด่วน เออ สารภาพรักนะครับไม่ใช่สั่งพิซซ่าที่พอโทรสั่งสามสิบนาทีก็มาถึงน่ะ แล้วไอ้ท่าทางอวดเบ่งอย่างนี้เนี่ยเขาเรียกว่ากำลังสารภาพรักอยู่เหรอ?
"เมื่อกี้เธอว่าไงนะ" ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าตนเองหูฝาดไปรึเปล่า จึงหันกลับไปถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับคืนมากลับกลายเป็นความไม่พอใจที่บ่งบอกออกมาทางสีหน้าของชายหนุ่มคนนั้นแทน
"อย่าต้องให้พูดซ้ำพูดซากได้มั๊ย ฉันบอกว่ามาเป็นแฟนฉันเถอะ" สีหน้าคนตัวสูงเปลี่ยนไปเป็นเชิงไม่สบอารมณ์ สายตาที่เพ่งเล็งลงมาออกแนวดูถูกเหยียดหยามหนักกว่าเก่า
...อะไรกัน สายตาอย่างนี้ คนที่ต้องพูดประโยคนั้นน่าจะเป็นผมมากกว่านะ...ผมยังทำใจดีสู้เสือแล้วตอบกลับไปว่า
"อะ...เออ เธอคงเข้าใจผิดแล้วมั๊ง" มีอย่างที่ไหนผู้ชายมาสารภาพรักกับผู้ชายด้วยกัน แล้วแถมยังเป็นคนที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกอีกแหนะ
"เธอเนี่ยนะ อยู่เอกภาษาแท้ๆแต่ดันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องซะอย่างงั้น ช่วยไม่ได้เดี๋ยวจะทำให้เข้าใจละกัน" หนอยไอ้หมอนี่หน้าตาดี แถมยังรักสัตว์...เลี้ยงสุนัขไว้ในปากอีกแหนะ เข้าใจถูกหรือเข้าใจผิดผมไม่รู้ด้วยแล้ว แต่ที่แน่ๆงานนี้มีโวย ว่าแล้วผมก็ตั้งท่าเตรียมตัวกระโดดเข้าจู่โจมเจ้าหนุ่มเลิฟมีเลิฟมายด๊อกอินมายเมาท์ แต่ยังไม่ทันตั้งท่าให้ดีพอ ก็รู้สึกวืดๆเหมือนมีอะไรยาวๆแข็งๆมาพาเอวแล้วฉุดผมให้เข้าไปหาเจ้านั่น
"เฮ้ยจำทำอะไรน่ะ...อุ๊บ" สัมผัสแบบเร่งด่วนทำให้ถึงกับนิ่งอึ้งตะลึงงัน ผมกำลัง...กำลังถูกจูบอยู่หรอเนี่ย โอ้ม่ายยย ปล่อยตูเดี๋ยวนี้เลยนะโว้ย ปากผู้ชายด้วยกันไม่เอาโว้ย จะให้พูดไปก็น่าอายแต่ว่าชาตินี้ผมยังไม่เคยได้สัมผัสปากผู้หญิงเลยนะแล้วไหงมาทำอย่างนี้ได้เนี่ย แว๊กกกลิ้นๆเอาออกปายยยย งานนี้เจ้าพัดโสดสนิทศิษย์ส่ายหน้าสู้ตายโว้ยยย ว่าแล้วผมก็ใช้วิชายูโด เทควันโด รวมถึงอากิโด ที่เรียนมาอย่างครึ่งๆกลางๆตอนสมัยมัธยมให้เป็นประโยชน์ ผมกระแทกเข่าเข้าหน้าท้องของหมอนั่นเต็มแรง แต่รู้สึกเหมือนหมอนั่นจะจับทางได้ แรงที่ผมทุ่มไปสุดกำลังนั้นเลยดูเหมือนไปเฉียดๆแค่สีข้างของหมอนั่นเบาๆเท่านั้น
"อึก..." พอโดนต่อต้านอย่างนั้น ร่างสูงเลยดูเหมือนจะไม่พอใจ เริ่มทำการลุกล้ำหนักกว่าเก่า จากลิ้นที่เคยแค่หยอกล้อไล่เลียและเลาะเล็มไปตามไรฟัน กลับกลายเป็นพยายามดันทุรังดุนดันเข้ามาในโพรงปาก แต่เรื่องอะไรผมจะยอมล่ะ ไม่มีทางเด็ดขาด ผมกัดฟันสุดฤทธิ์อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนนอกจากตอนที่กินเนื้อย่างเกาหลีที่ติดเอ็นจนกัดไม่ขาดเท่านั้น
หมอนั่นคงคิดว่าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกลล่ะมั๊ง ผมเดาเอานะ เพราะอยู่ดีๆหมอนั่นก็ผลักผมไปติดเสาที่เป็นฐานค้ำยันให้หลังคาที่ใช้กันแดดกันฝนตรงบรเวณที่ผมนั่งอยู่ พร้อมกับแทรกตัวมากลางหว่างขาของผมที่แยกออกเนื่องจากเสียสมดุลและต้องการฐานที่มั่นคง มันเป็นความคิดที่ผิด ผมน่าจะยอมปล่อยให้ตัวเองล้มหัวฟาดพื้นตายไปเสียยังจะดีกว่า ต้นขาของหมอนั่นเลื่อนลึกเข้ามาจนสัมผัสโดนส่วนที่อ่อนไหว ผมเผลอปล่อยเสียงครางออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
"อ๊ะ..." ผู้ชายนะครับไม่ใช่พระอิฐพระปูนถึงจะมาโดนทำอย่างนี้แล้วไม่รู้สึกน่ะ หมอนั่นสบโอกาสตอนที่ผมเผลออ้าปากร้องใช้ลิ้นลุกล้ำเข้าในโพรงปาก มันเป็นจูบที่ลึกซึ้งและจาบจ้วงกว่าเดิม ทั้งๆที่พยายามถอยหนีแต่ลิ้นหนากลับไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ ลิ้นของพวกเราเกี่ยวกระหวัดพันกัน น้ำลายที่ไม่สามารถกลืนลงคอได้ไหลล้นมาตามมุมปาก หมอนั่นจับคางของผมล็อคเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน พร้อมกับเปลี่ยนมุมการจูบไปเรื่อยๆ
...อา...ชักเคลิ้มซะแล้วสิ หมอนี่จูบเก่งชะมัด...อ๊ะ...ไม่ได้ไม่ได้ ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย นี่ผมกำลังโดนล่วงละเมิดทางเพศอยู่นะ มิหนำซ้ำยังโดนผู้ชายด้วยกันเป็นฝ่ายล่วงซะด้วย อ๊ะ...นึกออกแล้ววิธีสุดท้ายมันก็ต้องนี่เลย
"โอ๊ยยย..." กลิ่นคาวเลือดจางๆที่สัมผัสได้ทำให้ผมรู้ว่า ผมทำไปแล้ว ผมกัดลิ้นหมอนั่น แต่กะเอาแค่เบาๆไหงหมอนั่นร้องอย่างกับเจ็บมากขนาดนั้นล่ะ หรือผมเผลอกัดออกไปตามสัญชาติญาณการรักษาความบริสุทธิ์ของความเป็นชายเอาไว้กันนะ
"เธอกัดมาได้ไงเนี่ย...เจ็บชะมัด" หมอนั่นสบท ตอนนี้มือทั้งสองข้างที่เคยจับคางกับล็อคเอวผมนั้นหันไปทำหน้าที่ดูอาการบาดเจ็บทื่เกิดขึ้นกับเจ้าของของมันเอง
"แล้วใครใช้ให้แกมาจูบฉันก่อนล่ะ" กับคนอย่างนี้ความสุภาพคงไม่ต้องใช้แล้วล่ะครับ พอได้ยินประโยคที่ผมพูดหมอนั่นกลับยกยิ้มที่มุมปาก
"อ๋อ...ที่แท้ก็จูบไม่เป็น" หนอย...หมอนี่ มันดูถูกกันี่หว่า
"ใครบอกว่าจูบไม่เป็นกัน กะอีแค่จูบฉันก็เคย เคย...." อาการโมโหมันขึ้นหน้าเลยเผลอเถียงไปโดยไม่ทันคิด จะเคยได้ยังไงกันเล่า ก็ที่ผ่านมาผมยังไม่เคยมีแฟนเลยนี่หน่า อ๊ะแต่จะว่าไม่เคยเลยมันก็ไม่ถูกเพราะตอนที่เรียนอยู่อนุบาลหมีน้อยเคยสัญญากับนาน่าจังไว้ว่าเมื่อโตขึ้นผมจะแต่งงานด้วย แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมานาน่าจังก็ย้ายบ้านไปและผมก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว ตั้งหน้าตั้งตาเรียนเรื่อยมาตั้งแต่สมัยประถมจวบจนมหาวิทยาลัย จะให้ทำไงได้ล่ะ ก็ผมเป็นพี่ชายคนโตเป็นอนาคตของบ้าน ที่บ้านซึ่งมีฐานะปานกลางและตั้งความหวังกับผมไว้ว่าเมื่อเรียนจบออกมา พ่อแม่คงสบายใจที่ไม่ต้องมานั่งแบกรับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกทั้งสองคนอีกเนื่องจากผมสามารถหาเงินมาเลี้ยงน้องและครอบครัวได้แล้ว ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผมไม่มีเวลาไปมองหาสาวๆที่ไหนมาคบด้วยน่ะสิ
"เคย...เคยอะไรเหรอ?" หมอนั่นถามพลางยิ้มกวน ผมเลยตอบแบบปัดๆไปว่าเคยก็แล้วกันน่า ทำเอาหมอนั่นหลุดขำออกมาต่อหน้าต่อตาผม
...หมอนี่โรคจิตแล้วยังนิสัยเสียอีก...ได้แต่คิดว่าอย่างนั้นโดยไม่โต้ตอบอะไรออกไป แต่ประโยคถัดมาที่หมอนั่นพูดทำให้ผมถึงกับสะอึก
"เธอนี่ร้ายนะ...แต่ก็น่ารักดี ฉันชอบ" ห๋า มาชอบเชิบบ้าบออะไรอีกล่ะ หมอนี่เป็นมาโซหรือไงนะถึงได้โดนกัดไปแล้วชอบใจได้เนี่ย มาโซอย่างเดียวไม่พอแถมยังเป็นโฮโมอีกต่างหาก งานนี้ไม่ว่ายังไงผมก็ขอหลบฉากก่อนล่ะครับ ผมหมุนตัวเตรียมพร้อมจะเดินออกไป แต่กลับโดนฉุดข้อมือไว้ซะอย่างนั้น
"จะไปไหน..." หมอนั่นมองหน้าผมแล้วถาม ...ทำไมถึงตื้อย่างนี้นะ...
"ไปรับน้องสาวแล้วก็กลับบ้าน" ตอบๆไปจะได้เลิกยุ่งกับผมซักที แต่หมอนั่นกลับทำหน้าคิ้วผูกโบว์ แถมยังเจือความไม่พอใจลงไปอีกนิดหน่อย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
"เธอมีน้องสาวด้วยเหรอ? นี่เธออยู่ปีหนึ่งไม่ใช่เหรอ? แล้วเธอจะมีน้องสาวเรียนอยุ่ที่นี่ได้ยังไง แต่ยังไงก็ตามเถอะ ฌะอยังไม่ได้ตอบตกลงฉันเลยนะ" คำก็เธแ สองคำก็เธอ นั่นมันเป็นคำที่ใช้เรียกคนที่มีอายุน้อยกว่าหรือไม่ก็ผู้หญิงนะ แล้วจะให้ตอบตกลงเนี่ยตกลงเรื่องอะไรกัน อย่าบอกนะว่าเรื่องที่ขอคบด้วยน่ะ หมอนี่จะบ้าไปแล้วหรอ ถลึงตาดูให้ดีซะก่อนผมน่ะแมนเต็มร้อยนะ ถึงแม้จะเตี๊ยกว่าเจ้านี่เยอะ แต่ส่วนสูงก็มากกว่าเกณฑ์มาตรฐานคนไทย ท่าทางก็ไม่ได้ตุ้งติ้งต้วมเตี้ยมซะหน่อย เอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ยว่าผมจะยอมคบด้วย
"ขอปฏิเสธ ผมไม่มีรสนิยมแบบนั้น" พอเริ่มคุยภาษาคนกันรู้เรื่องผมก็เริ่มเติมความสุภาพลงไปหน่อย ทำเอาหมอนั่นออกอาการอึ้งๆให้เห็น อะไรกันผมก็สุภาพชนคนนึงเหมือนกันนะ อย่ามาทำอย่างกับว่าผมเป็นแต่คำพูดหยาบๆสิ เสียเซ็ลฟหมด
"เธอ...เรียกตัวเองว่า 'ผม' อย่างงั้นหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิไม่ให้เรียกตัวเองว่าผมแล้วจะให้ไปเรียกลิงค่างที่ไหน" หมอนี่ถามแปลกๆระหว่างที่คิดอย่างนั้นก็ประจวบเหมาะกับที่น้องสาวผม ยัยเมย์ โผล่มาพอดี
"พี่คะขอโทษทีนะ...พอดีหลังเลิกเรียนอาจารย์เค้าเรียกไปคุยเรื่องค่าเทอมพอดี...อ๊ะ" ท่าทางยัยเมย์จะเดินลงมาหาผมโดยที่ไม่ทันมองเห็นคู่กรณีที่ผมกำลังต่อบทสนทนาด้วยอยู่ ทำให้เธอตกใจเล็กน้อยก่อนจะเผลอพูดชื่อของคนตรงหน้ให้ผมได้ประจักษ์ว่าเป็นใคร
"พี่น้ำ ที่อยู่คณะวิศวะฯนี่" เห...ยัยเมย์รู้จักด้วยเหรอเนี่ยอย่างนี้ยิ่งดีใหญ่เลยจะได้ไกล่เกลี่ยกันรู้เรื่องหน่อย
"ยัยเมย์ มาก็ดีเลย คนรู้จักใช่มั๊ย ช่วยบอกหมอนี่แทนพี่หน่อยว่า พี่ไม่ใช่เกย์ พี่ไม่มีรสนิยมที่จะคบกับผู้ชายด้วยกันหรอกนะ" พอพูดจบพีรพัธก็หันไปมองหน้าหล่อๆของชายหนุ่ม ซึ่งตอนซีดเผือดราวกับว่ากำลังเห้นผีอยู่ ตกใจล่ะสิเมย์น่ะน้องสาวแท้ๆเขาเลยนะ พอมาเจอคนรู้จักอย่างนี้เลยพูดไม่ออกเลยล่ะสิว่าตัวเองกำลังสารภาพรักกับผู้ชายอยุ่น่ะ
"พี่พัด เรื่องที่เมย์รู้จักเค้าน่ะใช่แต่เค้าไม่รู้จักเมย์หรอก พี่น้ำเค้าเป็นคนดังของคณะวิศวะฯเป็นเดือนคณะน่ะ เมย์เลยรู้จัก แล้วเรื่องที่พี่พัดพูดเมื่อกี้มันเรื่องอะไรกันร่ะ พี่พัดกำลังจะบอกเมย์ว่าพี่น้ำมาของคบกับพี่พัดน่ะเหรอ?"
"ก็ใช่น่ะเซ่...ขอคบอย่างเดียวไม่พอนะยังมาจูบพี่ด้วย"
"หา?" ยัยเมยืยังคงงงและอึ้งกับคำพูดของผมอยู่กระมั๊งเลยไม่รีบพูดออกไปซะที จนกระทั่งมีเสียงจากคนที่ถูกดึงออกจากบทสนทนาระหว่างพี่น้องแทรกขึ้นมาว่า
"อะ...เออ เธอชื่อพีรนพรรณใช่มั๊ย" น้ำกล่าวอ่อยๆพลางชี้ไปทางยัยเมย์
"อ่ะค่ะ"เมย์รับคำแข็งขัน พร้อมยิ้มหวานๆตอบรับน้ำ
"ถ้าอย่างนั้นคนนี้ล่ะ..." หมอนั่นถามพลางชี้นิ้วมาทางผม ซึ่งคราวนี้เป็นฝ่ายยืนกอดอกอยู่แทน
"ใช่ค่ะ พี่ชายเมย์เอง พีรพัธ...เออว่าแต่เรื่องที่พี่พัดพูดเป็นความจริงเหรอคะ?" น้ำยังคงทำท่างงเป็นไก่ตาแตก เพราะอย่างนั้นพีรพรรณเลยย้ำคำถามที่เธอไม่แน่ใจในคำตอบอีกครั้ง
"ก็เรื่องที่ว่าพี่น้ำมาสารภาพรักกับพี่พัดแล้วก็...เออ...จูบพี่พัด"
"ปะ...เปล่..." น้ำเหมือนจะตั้งท่าปฏิเสธ แต่อยู่ๆก็มีเสียงจากที่ไหนไม่รู้ดังแทรกขึ้นมา
"เรื่องจริงครับ ผมได้ยินทั้งสองหู เห็นเต็มสองลูกกะตานี้เลย" ทุกคนหันไปมองต้นกำเนิดเสียงนั้น ร่างๆหนึ่งซึ่งผลุบๆโผล่ๆอยู่ใต้ม้านั่งหินอ่อนปรากฏตัวขึ้นมา ผมเกือบจะตะโกนร้องจีกเพราะเหมือนตัวเองได้เห็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวเป็นครั้งแรกในชีวิต สิ่งมีชีวติไม่ระบุเพศ เออ...ไม่ใช่สิ เพศชายครับแต่ตัวเล็กพอพอกับผู้หญิง หน้าตาดูมืดมนยังไงก็ไม่รู้กำลังเดินเข้ามาใกล้ ด้วยผมที่ตกลงมาปิดหน้าและสีผิวกายที่ขาวราวกระดาษดับเบิ้ลเอทำให้ผมรู้สึกสยองขวัญอย่างบอกไม่ถูก
"พี่สิง" เมย์เรียกพี่ประจำเอกที่ทำหน้าที่เฝ้าซุ้มอยู่เป็นนิตย์ จนได้รับฉายาว่าพี่สิงที่คอยสิงสถิตอยู่ในซุ้มไม่ไปไหน พอพอกับพวกผีห้องน้ำยังไงอย่างงั้น พีรพัธเกือบไหว้คนๆนี้เพราะคิดว่าเป็นเจ้าที่เจ้าทางไปซะแล้ว
"พี่เห็นคุณนทีบอกกับคุณพีรพัธว่า'ฉันชอบเธอมาเป็นแฟนฉันเถอะ'แล้วคุณพีรพัธก็ตอบกลับไปว่า'เมื่อกี้เธอว่าไงนะ'พอพูดไปอย่างนั้นคุณนทีก็พูดตอบกลับมาว่า'อย่าให้ต้องพูดซ้ำพูดซากได้มั๊ย ฉันบอกว่ามาเป็นแฟนฉันเถอะ'แล้วคุณพีรพัธก็ตอบกลับไปว่า'อะ...เออ เธอคงเข้าใจอะไรผิดแล้วมั๊ง'หลังจากนั้นคุณนทีก็พูดว่า'เธอเนี่ยนะ อยู่เอกภาษาแท้ๆแต่ดันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องซะอน่างงั้น ช่วยไม่ได้เดี๋ยวจะทำให้เข้าละกัน'เสร็จแล้วคุณนทีก็จัดการจุมพิตคุณพีรพัธอย่างดูดดื่มโดยที่คุณพีรพัธไม่สามารถจะต่อต้านได้ และถูกลุกไล่ไปจนชนกับเสาต้นนู้นก่อนที่คุณพีรพัธจะกัดลิ้นของคุณนทีและกลับมาโต้เถียงกันอย่างที่คุณพีรพรรณเห็นนั่นแหละ"
อย่างงไปเลยครับผมก็พึ่งมารู้เอาตอนหลังเหมือนกันว่านทีเป็นชื่อจริงของน้ำ อยากจะปรบมือให้แต่ไม่มีอารมณ์ พี่สิงขิงยัยเมย์เล่าออกมาราวกับได้อัดเทปไว้แล้วเอาไปเปิดดูย้อนไปย้อนมาที่บ้านประมาณสิบกว่ารอบ พอได้ยินเหตุการณ์จากปากคนอื่นก็พึ่งสำนึกตัวได้ว่าเพิ่งจูบกับผู้ชายด้วยกันมา หมดกันศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของผมถูกหมอนี่ทำบ่นปี้ภายในวันเดียว ผมคิดพลางเหลือบไปมองนที คู่กรณีของผม และภาพที่ผมเห็นก็คือ ซีด ซีดครับ หน้านทีซีดหนักกว่าเก่า ซีดอย่างกับคนเป็นโรคโลหิตจาง พอผมเห็นอย่างนั้นผมเลยเริ่มเป็นห่วงขึ้นมา หรือว่าเลือดจะไหลออกหมดปากจากรอยแผลที่กัดเพื่อป้องกันตัวกันนะ ไม่นะผมยังไม่อยากเป็นฆาตกร ยังไม่อยากเสียงค่าทำศพให้ใคร อย่างน้อยก็รีบพาส่งโรงพยาบาลเสียก่อนก็ยังดี
"นี่นาย...เป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดๆรู้สึกไม่สบายตรงไหนบอกได้นะ" แล้วคำพูดของพัดก็เหมือนไปฉุดสติของนทีให้หลุดจากอาการเหม่อลอยนั้น นทีชะงักศีรษะเล็กน้อยก่อนพูดขึ้นมาว่า
"ถูกแล้ว ผมสารภาพรักกับคุณพัดเอง"
.....................TBC......................................
edit @ 10 Jan 2008 00:54:41 by Sakutaka